Monster กฏหมายอเมริกาสีเทาๆ และความเป็นคนของเด็กผิวสี

Monster กฏหมายอเมริกาสีเทาๆ และความเป็นคนของเด็กผิวสี นี่คือหนังที่ทำออกมาได้ดีเรื่องหนึ่งเลย นำเสนอ สะท้อนสังคมเกี่ยวกับบริบทกฏหมายที่เน่าเฟะบางด้าน และเรื่องราวของชุมชน คนผิวสี การต่อสู้ในชั้นศาลที่สนุก ชวนลุ้นตามไปถึงตอนจบ ลำดับ จังหวะการเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง แต่พอมองดูจริงๆ แล้วเรื่องราวโดยรวมมันกลับเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่หยิบมามุมมองหลายๆ มุมมานำเสนอ ซึ่งมันก็ดีในแบบของมัน แต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษ จนทำให้เรื่องราวของข้อมูลกฏหมายบางส่วนที่น่าจะนำเสนอได้ดีกว่านี้ก็ด้อยลงไป

สตีฟ ฮาร์มอน เด็กหนุ่มผิวสีวัย 17 ปี เรียนโรงเรียนชั้นนำของเมือง อยู่ในชมรมภาพยนต์ของโรงเรียน ครอบครัวดี มีพ่อเป็นจิตกร อนาคตสดใสอย่างมาก แต่แล้วทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตาเมื่อเขาได้ถูกจับจนไปอยู่หลังลูกกรงในข้อหาฆ่าคนตายร่วมกับผู้อื่น เราจะค่อยๆ ได้รับรู้เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้ตั้งแต่ต้น จนกลายเป็นการต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อหาความยุติธรรมให้กับตัวเอง แล้วเรื่องราวของคดีทั้งหมด เขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริงไหม หรือเขาเป็นเพียงแค่เด็กที่ถูกยัดข้อหาเพราะสีผิวของเขากันล่ะ?

แม้ว่าพล็อตเรื่องจะดูธรรมดา แต่ด้วยความเป็นหนังที่ได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลภายนต์ จังหวะการเล่าเรื่องต่างๆ มันจึงออกมาดีมาก ทำให้เรื่องราวออกมาน่าสนใจ รวมไปถึงนำเสนอมุมมองที่ต่างกัน แม้จะเป็นเหตุการณ์เดียวกันก็ตาม

ตัวเรื่องจะค่อยๆ เฉลยทีละนิด ละหน่อย สลับไปมาระหว่างชีวิตของเด็กหนุ่มอนาคตรุ่ง กับตอนที่เขาอยู่ในคุก กำลังปรึกษาทนายว่าจะสู้คดีอย่างไร มันเลยลุ้นว่าเรื่องราวที่แท้จริงที่มันเกิดขึ้นเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมคนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ถึงได้ถูกจับยัดคุก

อีกพาร์ทของเรื่องจะเป็นการต่อสู้ในชั้นศาล ตัดสลับกับเหตุการณ์ของเรื่องราว พยานคนต่างๆ หรือคณะลูกขุน ที่พร้อมจะชี้เด็กหนุ่มคนนี้ว่าผิด เพียงเพราะสีผิวของเขา และเขาคงเหมือนกับคนอื่นๆ โดยการว่าความก็จะมีทั้งทนายฝ่ายจำเลยที่ทำทุกวิถีทาง ปกป้องอนาคตเด็กหนุ่มคนนี้ แม้จะต้องสู้กับอัยการที่มีฝีปาก พร้อมติดสินบน พยายามทุกวิถีทางให้ตัวเองชนะ แม้ว่าจำเลยอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วสรุปว่าตัวสตีฟเอง เป็นผู้บริสุทธิ์หรือเปล่า มันเลยเป็นคำถามชวนให้เราสงสัยในเรื่องอยู่ตลอด ซึ่งจะเฉลยในตอนท้าย พร้อมกับบทสรุปคดีที่เป็นฉากธรรมดาๆ แต่ชวนลุ้นและสนุกมาก

หนังเรื่องนี้มันสะท้อนถึงเรื่องกฏหมายของอเมริกาที่ตัดสินคดีโดยคณะลูกขุน คนเกี่ยวข้องในคดี ต่างฝ่ายต่างงัดทุกอย่างมาสู้กันเพื่อให้ฝั่งตัวเองชนะโดยไม่สนถึงความถูกต้อง พยายามเอาใจคณะลูกขุนให้ตัดสินคดี คนที่พร้อมจะตัดสินให้คนๆ หนึ่ง มีความผิดเพียงแค่สีผิวของพวกเขา และนอกจากนี้มันยังสะท้อนเรื่องราวของย่านเสื่อมโทรม พวกแก๊งค์ต่างๆ จนถึงอาชญากรรมที่เป็นเรื่องราวหลักในเรื่อง

สิ่งที่เราเห็นหลักๆ เลยก็คือการบังคับใช้กฏหมายของอเมริกา การเหยียดผิว ที่หนังเรื่องนี้จะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่แสดงให้เห็น เช่นนักสืบผิวขาวไปที่บ้านของตัวเอก บอกกับพ่อแม่สตีฟว่าแค่ขอคุย พอเขาลงมาจู่ๆ ก็ถูกจับใส่กุญแจมือโดยไม่สนสิทธิเบื้องต้นอะไรทั้งนั้น จับไปดื้อๆ เพียงเพราะเขาเป็นคนผิวสี หรืออัยการที่พยายามทำให้ตัวเอกมีความผิด ชี้หน้าตัวเอกว่าเขาคือมอนสเตอร์ เป็นปีศาจ เพียงเพราะว่ายังเด็ก ผิวดำ และขึ้นศาลอยู่ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเข้าคุกแล้ว และเรื่องราวอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่มันเป็นด้านสีเทาๆ จนถึงมืด

ด้วยความเป็นหนังประกวด นอกเหนือจากการเล่าเรื่องที่ดีก็เป็นงานภาพ อย่างตัวเอกจะเป็นเด็กที่ชอบการถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอ เพราะเขาสนใจในเรื่องการทำภาพยนต์ ฉากต่างๆ มันเลยดูออกมามีสไตล์ ฉากในคุก หรือในศาล ก็ใช้สีสื่ออารมณ์ออกมาให้ผู้ชมรู้สึกกดดันและคล้อยตามไปกับเรื่องราวการว่าความที่เข้มข้น

แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดมันก็ไม่ได้ซับซ้อน ชวนว้าว หรือทำให้เรารู้สึกว่ามันพิเศษกว่าเรื่องอีก เป็นเพียงอีกหนึ่งมุมมองที่หนัง เกี่ยวกับ Black Live Matter พยายามสื่อออกมา ซึ่งทำได้ดีในโดยรวม ทั้งการเล่าเรื่อง งานภาพ นักแสดง แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้แล้ว และอีกอย่างก็คือการต่อสู้ในชั้นศาลที่ดูสนุก แต่พวกหลักฐานต่างๆ ในคดีมันค่อนข้างน้อย จนประเด็นมันพุ่งเป้ามาที่ความเป็นเด็กผิวสีของเรื่องมากเกินไปจนรู้สึกได้ และข้อมูลหรือเรื่องราวด้านกฏหมายตรงนี้มันเลยดูด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

นี่คือหนังที่ทำออกมาได้ดีเรื่องหนึ่งเลย นำเสนอ สะท้อนสังคมเกี่ยวกับบริบทกฏหมายที่เน่าเฟะบางด้าน และเรื่องราวของชุมชน คนผิวสี การต่อสู้ในชั้นศาลที่สนุก ชวนลุ้นตามไปถึงตอนจบ ลำดับ จังหวะการเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง แต่พอมองดูจริงๆ แล้วเรื่องราวโดยรวมมันกลับเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่หยิบมามุมมองหลายๆ มุมมานำเสนอ ซึ่งมันก็ดีในแบบของมัน แต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษ จนทำให้เรื่องราวของข้อมูลกฏหมายบางส่วนที่น่าจะนำเสนอได้ดีกว่านี้ก็ด้อยลงไป

RELATED POST

“เจอร์ราร์ด” ไม่ถูกใจ “รังนิก” สนแข้ง วิลลา ค่าตัว 2 พันล้านเข้ารัง แมนยูฯ

เจอร์ราร์ด อาจไม่ถูกใจสิ่งนี้ เมื่อมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจในตัวมิดฟิลด์ค่าตัวแพงของทีม ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเข้าเจรจาในเร็วๆ นี้ เดลี่ เมล รายงานว่า ราล์ฟ รังนิก กุนซือคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแผนการที่จะคว้าตัว…

Maid Master รวมพลจัดทีมชุดเมดตะลุยด่านกับเกมจากเกาหลี

Maid Master รวมพลจัดทีมชุดเมดตะลุยด่านกับเกมจากเกาหลี ถ้าคนไหนกำลังมองหาเกมแนวจัดทีมตัวละครเอาแบบเล่นง่ายๆ ภาพสวยๆ และเป็นตัวละครที่เป็นเมดแล้วล่ะก็ เกมนี้คือเกมใหม่ที่แนะนำมาให้ได้เล่น ซึ่งเป็นเกมที่เกี่ยวกับเมด พร้อมตัวละครเมด และสู้พร้อมกับเมดนั่นเอง ตัวเกมจะเป็นอย่างไรมาดูกัน สำหรับเกม Maid Master นั้นจะมีเรื่องราวในโลกอนาคตอันใกล้ เมื่อแอนดรอยด์ได้เข้ามามีบทบาทในสังคมและได้เข้ามาทำงานสายอาชีพต่างๆ แต่ทว่าไวรัสได้ปลุกให้แอนดรอยด์ออกมาอาลาวาด จึงเกิดกองกำลังเมดที่เป็นความหวังของมนุษย์ชาติในการจัดการกับพวกแอนดรอยด์ ตัวเกมนั้นจะเป็นเกมแนวจัดทีมตะลุยด่าน โดยตัวละครจะทำการโจมตีอัตโนมัติและให้คนเล่นอาศัยจังหวะในการกดใช้สกิลไม้ตาย…

‘ลาปอร์ตา’ ประธานบาร์เซโลนา ยก ‘เดมเบเล’ ฝีเท้าเจ๋งกว่า ‘บัปเป’

โจน ลาปอร์ตา ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน โชว์วิชาสาลิกาลิ้นทอง เมื่อยกย่อง อุสมาน เดมเบเล ปีกเลือดน้ำหอม เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าเหนือกว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป กองหน้ารุ่นน้องร่วมชาติของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยซ้ำ…

The Unthinkable – อุบัติการณ์ลับถล่มโลก

The Unthinkable – อุบัติการณ์ลับถล่มโลก ว่าด้วยเรื่องของนักเปียโนหนุ่มรายหนึ่งซึ่งต้องเอาตัวรอดจากการโจมตีปริศนาที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับคนรักในอดีตของเขา ซึ่งถ้าอ่านจากโปสเตอร์ เรื่องย่อและดูตัวอย่างมันน่าจะตื่นเต้น ต้องมีเหตุการณ์วินาศสันตะโร ภัยพิบัติหรืออะไรถล่มโลกสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้นเลย มันถล่มโลกยังไง!!! ทั้งเรื่องมันเกิดแค่ที่ประเทศสวีเดนเท่านั้น!!! คือเข้าไปพร้อมความคาดหวังเต็มเปี่ยม จากเรื่องย่อและตัวอย่าง จริงๆ ความระทึกใจ อุบัติการณ์หรือเรื่องระทึกๆ มันอยู้ในตัวอย่างแทบจะทั้งหมดแล้วจริงๆ คือนอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเลย…